มงคล พัชรดำรงกุลมงคล พัชรดำรงกุล(นายตะเกียบ) ติดต่อผม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระบวนการพัฒนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระบวนการพัฒนา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

พัฒนาโซ่อุปทานแบบง่าย โดยใช้ SCOR Model เป็นแบบคิด

เมื่อก่อร้างสร้างกิจการขึ้นมาแล้ว ความท้าทายของการเป็นเจ้าของและสืบทอดกิจการก็คือ การเข้าสู่โหมดของเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดปรับตัว เพื่อให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้สภาพทางการแข่งขัน และความต้องการของลูกค้าที่มีความผันแปรตลอดเวลา ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเครื่องมือในการดำเนินงานด้านต่างๆ ของโลกได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ยุค Digital อย่างเต็มรูปแบบในปัจจุบัน

ในช่วงนี้หลายกิจการภายในประเทศไทยเริ่มซึมซับถึงความจำเป็นที่ต้องบริหาร และควบคุมกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นนำจวบจนปลายน้ำเชื่อมโยงกันตลอดโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain กันมากยิ่งขึ้น มีการให้ความสำคัญและความร่วมมือกันทั้งผู้ขาย ผู้ผลิต ผู้ส่งมอบ และลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างประสิทธิภาพและความสมดุลร่วมกัน (Optimization) ตลอดโซ่อุปทาน

"แน่นอนครับ พิมพ์เขียวตัวแบบสำคัญที่ใช้ในการพัฒนาการจัดการทั้งโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่สากลนิยมนำมาประยุกต์ใช้ และผมคิดว่ากิจการของไทยจำเป็นต้องเรียนรู้ ก็คือ ตัวแบบ SCOR Model (อยากรู้จัก SCOR มากขึ้คลิกอ่านได้ที่นี้ "บทความตัวแบบ SCOR" ) ซึ่งตัวแบบ SCOR Model จะให้ความสำคัญกับกระบวนสร้างความเป็นเลิศอย่างเป็นระบบทั้ง 6 กระบวนหลักภายในโซ่อุปทาน คือ Plan Source Make Deliver Return และ Enable โดยมีเป้าหมายให้เกิดประสิทธิผล 5 ด้าน คือ Reliability, Responsiveness, Agility, Cost และ Asset Management Efficiency ดังภาพ
ภาพที่ 1 เป้าหมาย 5 ด้าน กระบวนการ 6 อย่าง ในการจัดการโซ่อุปทาน

ส่วนแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการจัดการโซ่อุปทานอย่างไรให้เหมาะสมกับกิจการนั้น ผมสรุปจากแนวทางในการเข้าให้คำปรึกษาเรื่อง Supply Chain ที่ผ่านมาและถอดบทเรียนจากการปฏิบัติจริงเป็นกรอบแนวคิดและวิธีการโดยการประยุกต์ใช้วิธีคิดตามแบบ SCOR Model มาเป็นแนวทางไว้ดังภาพที่ 2

ภาพที่ 2 กระบวนการพัฒนาโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยสามารถแบ่งขั้นตอนออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ

1. การวิเคราะห์และจัดทำกลยุทธ์ คือ การดำเนินการวิเคราะห์และกำหนดว่ากลยุทธ์ใดสำคัญ โดยจะพิจารณาจากเป้าหมาย 5 ด้านหลัก โดยกลยุทธ์ 3 ด้านแรก มุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อลูกค้า คือ Reliability, Responsiveness และ Agility ส่วนกลยุทธ์ที่ 4 และ 5 เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร

2. การคัดเลือกผลิตภัณฑ์และศึกษาทำความเข้าใจโครงสร้างโซ่อุปทาน คือ การศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงกระบวนการ ผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโซ่อุปทานของสินค้า ที่ได้รับการคัดเลือกมาพัฒนาโซ่อุปทาน โดยจะมีกิจกรรมสำคัญๆ 4 อย่างคือ 1) การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ 2) การจัดทำโครงสร้าง Chain 3) การจัดทำแผนภาพทางภูมิศาสตร์ 4) การจัดทำรูปแบบความเชื่อมโยงของแต่ละกระบวนการภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่ได้คัดเสือก

3. การวิเคราะห์และประเมินผลกระบวนการ/ขั้นตอนการทำงาน คือ การประยุกต์แนวคิดตัวแบบ SCOR ผ่านกลไกการบริหารจัดการ 4P (Performance Process Practice People) โดยการวิเคราะห์ประสิทธิผลจะนำเป้าหมาย 5 ด้าน (Reliability, Responsiveness, Agility, Cost และ Asset Management Efficiency) และกระบวนการ 6 อย่าง (Plan Source Make Deliver Return และ Enable) มาทำการวิเคราะห์ปัญหาและโอกาสพัฒนาปรับปรุงภายใต้โซ่อุปทานของ Product นั้นๆ

4. การดำเนินการพัฒนาปรับปรุง คือ การนำประเด็นการพัฒนาปรับปรุงที่ได้วิเคราะห์ มากำหนดมาตรการ โดยใช้หลักการปฏิบัติ (Practice) มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร (People) เพื่อให้มีศักยภาพในการใช้หลักปฏิบัติ และพัฒนาวิธีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบของการปรับปรุงสามารถดำเนินการได้ 4 ลักษณะ คือ
  • การปรับปรุงเฉพาะตัวองค์กร (Company) 
  • การปรับปรุงร่วมกันกับผู้ส่งมอบ (Supplier) 
  • การปรับปรุงร่วมกันกับลูกค้า (Customer) 
  • การปรับปรุงร่วมกันกันทั้งโซ่อุปทาน (Supply Chain)
ทั้งนี้ในส่วนที่ 2,3 นั้น ในปัจจุบันผมได้พัฒนาเป็น SCM Application Platform ช่วยในการสร้างความเชื่อมโยงโดยเปิดให้สมัครใช้งาน "ฟรี" โดยพร้อมพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ให้เป็น Social Supply Chain Platform ตามที่ตั้งใจไว้ สนใจก็สมัครใช้งานได้ที่ supplychain.ofininfo.com นะครับ

เมื่อลงทะเบียนใช้งานแล้ว
อยากค้นหาคู่ค้าเพื่อทำธุรกิจ..ทำได้
อยากรู้จักลูกค้ามากขึ้น..รู้
อยากรู้จัก Supplier มากขึ้น..รู้
อยากเข้าใจในความเชื่อมโยง..รู้
อยากรู้แหล่งที่ตั้ง...รู้
อยากสร้างตัววัดคุมการทำงานทั้ง chain..ทำได้
เกิดเหตุผิดปกติในพิ้นที่ลูกค้า- Supplier..รู้
และอีกหลาย Feature ที่กำลังจะตามมา


หรือจะรับชมผ่านทาง YouTube ถึงคุณลักษณะของ Application ตัวนี้ก่อนก็ได้ ที่


ลองไปทดลองใช้ดูกันนะครับ ชอบ/ไม่ชอบก็ Comment กันได้ ส่วนใครสนใจในแนวทางของการพัฒนาโซ่อุปทาน อยากพัฒนาการจัดการตลอดโซ่อุปทานให้เป็นเลิศ ก็สามารถสอบถาม แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ ด้วยความยินดีครับ

สนใจยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ติดต่อเราได้ที่ https://rightwayhub.com
สนใจการฝึกอบรมแบบ In-house Training แจ้งความต้องการได้ที่ https://rightwayhub.com/training

มงคล  พัชรดำรงกุล

วิทยากร/ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน และการเพิ่ม Productivity องค์กร  
LineID : naitakeab, Tel 081-8476479 

25 กันยายน 2561

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

Supply Chain Excellence House (ตัวแบบสู่ความเป็นเลิศในการจัดการโซ่อุปทาน)

English Version

หลายคนที่สนใจเรื่องการจัดการโซุอุปทาน หรือ Supply chain Management คงมีคำถามอยู่ในใจว่าถ้าจะพัฒนาการจัดการโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ มีตัวแบบยังไงบ้าง 

Blog ครั้งนี้ของผมเลยขอนำเสนออีก 1 ตัวแบบ ที่ที่ปรึกษาอย่างผมประยุกต์ขึ้นมาใช้งานเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานประกอบการของไทย เพื่อใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งตัวแบบ (Model) ดังกล่าวนี้เกิดจากการบุรณาความรู้และประสบการณ์จากให้คำปรึกษาสถานประกอบการ ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ด้าน Lean, TQM/TQA และ SCOR Model แล้วประกอบองค์ความรู้เหล่านั้นเป็นรูปบ้านเป็นตัวอธิบายความเชื่อมโยงต่างๆ ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังภาพที่ 1

Supply Chain Excellence House, Mongkol P : naitakeab@gmail.com

จากภาพที่ 1 การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในการจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain Management) มีโครงสร้างของกระบวนการพัฒนาปรับปรุงเพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศ  ประกอบด้วยส่วนต่างๆ คือ 

  1. ฐานราก คือ การพัฒนาทักษะความบุคลากรให้มีทักษะในการปฏิบัติงานแต่ละด้านให้สอดคล้องตามกระบวนการดำเนินงานด้านนั้นๆ โดยองค์ประกอบของการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานให้ความสำคัญ 3 ส่วน คือ  ความถนัด (Aptitude) ประสบการณ์ (Experience) และการฝึกอบรม (Training)
  2. พื้น คือ คือ ระบบการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศของโช่อุปทาน (ซัพพลายเชน) โดยเป็นการจัดการข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้ในสถานการณ์และสถานที่ที่ถูกต้อง เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศที่ทำให้ระบบเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า และกลยุทธ์ขององค์กร
  3. เสาการจัดการกระบวนการ คือ กระบวนการดำเนินงานที่ต้องพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมโยงทั้ง Supply Chain ประกอบด้วย คือ กระบวนการขาย/ตลาด (Sale/Marketing) กระบวนวางแผน (Plan) กระบวนการจัดหา (Source) กระบวนการแปรรูปหรือผลิต (Make) กระบวนการส่งมอบ (Deliver) กระบวนการส่งกลับ (Return) และกระบวนพื้นฐานเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนโซ่อุปทาน (Enable)
  4. เสาเครื่องมือ/หลักปฏิบัติ โดยเริ่มต้นด้วยเครื่องมืออย่างง่าย และพัฒนาขึ้นตามลำดับ ดังนี้ คือ 
    • การกำจัดความสูญเปล่าในการปฏิบัติงาน (Waste Elimination) ที่เกิดขึ้นตลอดโซ่อุปทาน
    • การนำเทคนิค เครื่องมือและหลักการปฏิบัติมาตรฐาน (Standard Practice) มาใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงานภายในโซ่อุปทาน 
    • การนำเทคนิค เครื่องมือและหลักการปฏิบัติที่ดี (Best Practice)  มาใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงานภายในโซ่อุปทาน 
    • การนำเทคนิค เครื่องมือและหลักการปฏิบัติเชิงนวัตกรรม (Innovation Practices) มาใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงานภายในโซ่อุปทานหลักการปฏิบัติเชิงนวัตกรรม (Innovation Practices)
  5. เสาช่องทางการบริหาร (Promotion Vehicle) เป็นรูปแบบในการบริหารงานในลักษณะต่างๆ ทั้งการบริหารให้เป็นไปตามนโยบาย (Policy Management) การบริหารงานประจำวัน (Daily Management) การบริหารความเชื่อมโยง (Collaboration Management) การบริหารความเสี่ยงในซัพพลายเชน (Risk Management) รวมทั้งการส่งเสริมกิจกรรมพื้นฐาน (Bottom-up Activity) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงอย่างเป็นระบบและสอดคล้องตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
  6. เสาแนวคิด/ค่านิยม (Value/Concept)  คือ ความเชื่อและพฤติกรรมที่ควรสร้างเพื่อให้ฝังลึกอยู่ในองค์กร และผู้ปฏิบัติงานภายใต้ซัพพลายเชนเดียวกัน เพื่อให้เกิดผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ค่านิยมและแนวคิดหลักจะเป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการทำงานด้านต่างๆ ภายใต้ซัพพลายเชนเดียวกัน และผลการดำเนินการที่สำคัญ
  7. คาน คือ ตัวชี้วัดสมรรถนะในการปฏิบัติการด้านต่างๆ ภายในซัพพลายเชน โดยแบ่งการวัดผล เป็น 3 กลุ่มหลัก 7 ด้าน คือ
    • ด้านการตอบสนองความต้องการของลูกค้า (External Focus) ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ความน่าเชื่อถือ ความรวดเร็ว ความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน 
    • ด้านการตอบสนองต่อการจัดการภายในองค์กร (Internal Focus) ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ประสิทธิภาพการจัดการสินทรัพย์ ด้านต้นทุน และรายได้
    • ด้านการตอบสนองต่อสังคมเพื่อความยั่งยืน (Sustain Focus) โดยให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถาบัน เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานให้กับสถาบัน
  8. หลังคา คือ ผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายที่เกิดจากการพัฒนาปรับปรุง ซึ่งนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในการจัดการโซ่อุปทาน 
ลองนำไปใช้ดูนะครับ รับรองชีวิตการทำงานร่มเย็น สดใส สไตล์ไทยๆ แน่นอน

สนใจยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ติดต่อเราได้ที่ https://rightwayhub.com
สนใจการฝึกอบรมแบบ In-house Training แจ้งความต้องการได้ที่ https://rightwayhub.com/training

มงคล  พัชรดำรงกุล
วิทยากร/ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน 
LineID : naitakeab, Tel 081-8476479 

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Inventory Management efficiency Framework

สำหรับภาษาไทย

Most of executives and staffs who have the activities in the supply chain and logistics management have to involved in inventory management.

In management term, inventories are the asset that need to manage closely and effectively due to we spend more money to invest in the acquisition and hope to create value added for us. If we unfocused, the result are :

  • Inventories over demand -If we purchase/make to stock, the inventories costs will high and have risk to be outdated, expired, stolen, or lost,the money invested in inventories can not be exploited in other expense.
  • Inventories less than demand- If we kept too little inventories, risk to stock out or shortage. We will lose the opportunity to sell our products and got the money from customers. Moreover, our customer/our market may be replace by the competitors and finally we lost customer.
The necessary to kept inventory because we have to support the uncertainties case such as
  1. Market change
  2. Urgently required from customer
  3. Irregular / Error from Production
  4. Abnormal or wear of Machine
  5. Uncertainty of Supplier

The 5 uncertainties are difficult to control but we able to manage the inventories to be efficiency. How to do? These are the conceptual framework and the relation of  each activities about inventory management, see the picture for more details.

Inventory Management Efficiency Framework

From the picture above, the way to manage inventory effectively should do the following.
  1. Classification to use/not use.  The process of classification the existing inventories are still use or not use. This process like the step 1st S (S-Sort) of 5S concept.
  2. Re-Classification for use items. Once we know what inventories are still use.The next process is re-classify the group of inventories. Normally the inventory  classification techniques is "ABC Classification" but the actually we able classify by other segmentation such as VED (Vital-Essential-Desirable) or SED (Scarce-Difficult-Easy). See more details at "Because Inventory Classification is not only ABC"  
  3. Demand Forecast for each item After re-classify inventories, the next process is demand forecasting. The forecasting accuracy is the important criteria to be consider. Each organization, each time, it is not necessary to use the same forecasting technique. Select the right fit for the your organization.   
  4. Calculate Order Quantity / ROP/ SS. This process are the calculation of order quantity, Safety Stock (SS), ROP (Reorder point) . The technique is often use to calculate are EOQ, MRP, Fixed interval etc. And every time of your calculation, please consider the service level. The result will be efficiency.
  5. Define Parameters in ERP System  The current purchasing system usually works through ERP, so need to be check are update the parameters correctly. 
  6. Source/Purchase Execution  When everything is set, carry out the procurement according to the conditions that we set up. The next process is purchase execution. This process able to use people or e-procurement. depending on the business process of the organization. It should control the operation of the supplier to meet the conditions.
  7. Monitoring/Control/Continuous Improvement  In general, according to the principle of supply chain, key measurement requires that 5 aspects are Reliability, Fast response, Agility, Cost, and Asset management efficiency  See more details about key metric of supply chain performance at the Blog "Performance Pyramid : The key metric to manage and control whole Supply Chain"  The results of monitoring and control are the guidances for the continoues improvement. Many tools and practices able to used for the improvement. Finally, go back to review the inventory is always appropriate.
How do you feel about the conceptual and framework of this inventory management? Is able to make your process to be effective? Hope it's useful for you and someone who read this blog. If your have any question or advice, don't hesitate to contact me.


Mongkol  Patcharadamrongkul
Instructor/Consultant/Expert in Logistics and Supply Chain Management, Thailand 
Tel 081-8476479, E-mail : naitakeab@gmail.com 

10 February 2018

Data Literacy: ทักษะที่คนทำงานยุค AI ต้องมี (แต่ความจริงคือ...อาจไม่มีใครรู้จริง)

ในวันที่กระแส AI (Artificial Intelligence) พัดถล่มทุกวงการ ผมได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและน่ากังวลไปพร้อมกัน ทั้งในมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่ก...

มงคล พัชรดำรงกุล(นายตะเกียบ)

ที่ปรึกษาและวิทยากรด้าน Logistics, Supply Chain, LEAN และ TQM ประสบการณ์ 29 ปี

ปรึกษา / เชิญเป็นวิทยากร

เว็บไซต์

ติดตาม & ติดต่อ

© 2026 มงคล พัชรดำรงกุล · ในนาม บริษัท ไรท์เวย์ แมนเนจเมนท์ จำกัด